In Memorial Of Hideto Matsumoto
posted on 02 May 2007 06:53 by penagift in About-me**คำเตือน ใครที่เข้ามาเม้น แต่ไม่อ่านก้ปิดออกไปได้เลยน้ะ ไม่ต้องเข้ามาน้ะ เอนทรี่นี้ขอแค่อ่าน ถ้าเข้ามาแล้วไม่อ่านก้ออกไป แต่ถ้าอ่าน กิเชิญ จะเม้นหรือไม่เม้นก้ไม่ว่ากัน ไม่ได้ต้องการคอมเม้นในหน้านี้ แล้วใครที่เท้นอ่ะ เราไม่เม้นกลับน้ะ เฉพาะหน้านี้ๆ แต่ถ้าอัพบลอคเราจะไปเม้นตอบ น้ะ**
วันนั้นวันที่2พฤษภาคม คศ.1998
วันนี้วันที่2พฤษภาคส คศ.2007
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ 9ปี แล้วสิน้ะ ที่เค้าจากไป
เค้าจากไป9ปี แต่เรากล้าพูดเลยว่าเรารู้จักเค้ามาแค่3ปีกว่า
พอเห็นครั้งแรกคือรูปในหนังสือ
เหมือนมีอะไรดึงดูดให้มองภาพนนั้น
หลังจากนั้นก้หาว่าเค้าคือใคร
สุดท้าย ก้รู้อะไรต่างๆเกี่ยวกับเค้า ไม่มาก แค่ก้ไม่น้อยเกินไป
ยอมรับเลยว่า 1 ในกำลังใจที่ทำให้เราทำสิ่งต่างๆ
จะเรียน จะทำงาน หรืออะไรก้ตาม
เราก้คิดถึงเค้าตลอดเวลา
และจะไม่มีวันลืมคนๆนี้แน่นอน รัก ตลอดไป...
ฮิเดโตะ มัตสึโมโตะ
เนื้อหาบลอคต่อจากนี้เราไม่ได้พิมเองน้ะ บอกเอาไว้ก่อน
เราเอามาจากเวบนี้
http://www.geocities.com/vrxalive/SAYONARA_HIDE.HTM
อยากรู้อะไรเพิ่มเต็มก้เข้าเวบนี้ละกันน้ะ
Good-Bye
by HIDE
Say Good bye tada Good bye
subete no wazurawashisa ni Good bye
Say Good bye tada Good bye
kawaru koto osorezu ni Good bye
atemo naku tada aruite
tsukareta hibi no takara ni Good bye
susunde iku mijishirube wa
saisho to onaji kaze no mama ni
If you can't find a way.
ikutsu mo no Winging road
sora ni te o kazashite Round & Round
mada mienu tochi ni fuan oboe nagara
chiisani uta ni tazunaru
Please songs tell me true.
kimino Melody
doko ni ite mo nari tsutsukete iru
mata itsuka hitori mayottemo
kikoetanara karoyaka ni aruki daseru
Say Good bye tada Good bye
kizusuku no o osorezuni Good bye
te no naka no mochi kirenai
omoi wa subete sutete ikou
Please songs tell me true.
kimino Melody
doko ni ite mo nari tsutsukete iru
moshi dokoka hitori mayottmo
utae ta nara shinayakani arukidaseru
Good bye...
-------------------------------------------------------------
เอ่ยคำอำลา แค่เพียง...ลาก่อน
ลาก่อน ความวุ่นวายสับสน
เอ่ยคำอำลา เพียงแค่...ลาก่อน
เอ่ยคำอำลา โดยไม่เกรงกลัว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เพียงแค่เดินไป อย่างไร้จุดหมาย
ลาก่อน...สิ่งล้ำค่าในวันอันแสนเหน็ดเหนื่อย
เครื่องหมายจราจรที่เรียงต่อกันไป...
ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
หากเธอหลงทาง...
อยู่บนเส้นทางที่วกวน
จงชูมือขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วหมุนตัวไป..หมุนไป
ในยามที่เธอคิดกังวล ถึงดินแดนที่ยังมองไม่เห็น
จงเอ่ยถาม บทเพลง
บทเพลงจงชี้ทางให้ฉัน
ท่วงทำนองเพลงของเธอ
ร้องก้องไปทั่วทุกหนแห่ง
หากเมื่อใดที่หลงทางอยู่เพียงเดียวดายอีกครั้ง
เพียงแค่ได้ยินเพลงนั้น ก็สามารถฟื้นเรี่ยวแรงก้าวไปได้
เอ่ยคำอำลา แค่เพียง...ลาก่อน
เอ่ยคำอำลา โดยไม่เกรงกลัวความเจ็บปวด
สองมือนี้จะไม่แบกรับสิ่งใด
ทิ้งความทรงจำไปให้หมดสิ้น
บทเพลงโปรดชี้ทางให้ฉัน
ท่วงทำนองเพลงของเธอ ร้องก้องไปทุกหนแห่ง
แม้ฉันหลงทางเพียงเดียวดายอยู่แห่งใด
เพียงขับขานบทเพลง ก็สามารถก้าวไปอย่างสดใส
ลาก่อน...
--------------------------------------------------------------
- The Storys of Hide -
Hide เกิดวันที่ 13 ธันวาคม 1964 ที่จังหวัดคานางาว่า เค้ามักจะพูดถึงเรื่องสมัยเด็กว่า 'อ้วนเหมือนหมู' อยู่เสมอ ซึ่งในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เค้าก็ไม่ยอมแจกแจงเรื่องตอนที่อ้วน เกี่ยวกับเรื่องความทรงจำสมัยประถมนั้น เค้าก็มักพูดตัดบทแค่ว่า 'จำได้แค่ว่าอ้วนมากเท่านั้น' อ้วนถึงขนาดไหนไม่อาจกะได้เพราะไม่เคยเห็นรูป แต่เจ้าตัวบอกว่า 'เหมือนลูกโป่งเลย คิดว่าซัก 80 กิโลกรัมได้มั้ง' ดังนั้นคงอ้วนน่าดูเหมือนกัน
แต่นอกจากความอ้วนแล้ว เค้าก็เหมือนเด็กธรรมดาทั่วๆไปและพ่อแม่ของเค้าก็ให้เค้าเรียนพวกทักษะพิเศษ และสิ่งที่เรียนนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆเลย เค้าเรียนทั้งการคัดลายมือ ลูกคิด เคนโด้ คาราเต้ และภาษาอังกฤษ ซึ่งเค้าเรียนตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นประถมจนกระทั่งจบม.ต้นเลยทีเดียว ดังนั้นไม่ใช่ย่อยเลย ทุกวันหลังจากเลิกเรียนแล้ว ตารางเวลาก็จะถูกกำหนดไว้ ประมาณว่า 'วันนี้ไปเรียนไอ้นี่ พรุ่งนี้เรียนไอ้นี่' พ่อแม่อยากจะให้เค้าเรียนเปียโนด้วย แต่ฮิเดะไม่ชอบ เค้า
พูดว่า 'ไม่ยอมเรียนเด็ดขาด' เกี่ยวกับเรื่องนั้นเค้าพูดว่า 'สิ่งที่เรียนในวัยเด็ก แทบจะไม่มีอะไรที่มาใช้ประโยชน์ในตอนนี้เลย แต่เปียโนเนี่ย ถ้าเรียนไว้ก็อาจจะเป็นประโยชน์ แต่ผมไม่ชอบไม่ยอมเรียนซะนี่' เขารู้สึกเจ็บใจมาก
นอกจากนี้ตอนอยู่ชั้นป.4 เค้าเคยไปโฮมสเตย์ที่อเมริกา 1 เดือน ซึ่งนั่นก็เพราะพ่อแม่คิดว่า 'เพื่อให้เป็นคนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นนานาชาติในอนาคต' แต่พอถามถึงความทรงจำในตอนนั้น ก็ได้รับคำตอบแบบขำๆว่า 'จริงๆแล้วจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำมากที่สุด คือ พ่อแม่จับให้โกนผมหัวเกรียน โดยให้เหยุผลว่า ไปเมืองนอกทั้งที ต้องไม่มีเรื่องน่าอาย'
แต่ในขณะที่เค้าเรียนพวกทักษะพิเศษมากมายขนาดนั้น แต่เค้าไม่เคยเรียนพิเศษเลย ถึงจะไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ก็พอเรียนได้เรื่อยๆ ทั้งเจ้าตัวกับพ่อแม่ไม่ค่อยใส่ใจกับการสอบเข้าซักเท่าไหร่ เค้าไม่ใสใจต่อการเรียนต่อซักเท่าไหร่ อย่างเช่น เรื่องที่เค้าไม่รู้ว่าโรงเรียนม.ปลายที่เค้าจะเข้าเรียนต่อนั้นเป็นโรงเรียนชายล้วน จนถึงวันสอบถึงได้รู้ หรือตอนสอบสัมภาษณ์เข้ามหาลัย พอถูกถามว่า 'ทำไมถึงเลือกมหาลัยนี้' เค้าตอบว่า 'ไม่มีที่อื่นไปได้นอกจากที่นี่' ก็เลยตกสัมภาษณ์ไปโดยปริยาย จากเรื่องราวเหล่านี้ก็คงทำให้เข้าใจได้ดี
แล้วเค้าสนใจอะไรล่ะ? สิ่งที่เค้าสนใจก็คือ ดนตรีร็อค ที่เค้าค้นพบตอนอยู่ชั้น ม.2 นั่นเอง ฮิเดะตอนอายุ 13 ขวบ ซึ่งเพื่อนของเค้าที่ดีดกีตาร์เป็น ได้เอาอัลบั้มชุด Alive ของ KISSมาให้ฟัง เป็นครั้งแรกที่เค้าได้รับการสั่นประสาทอย่างแรงตั้งแต่เกิดมา หลังจากนั้นเค้าก็เข้าสู่โลกของดนตรีร็อคอย่างจริงจัง เช็คเพลงต่างๆ โดยซื้อนิตยสารเป็นบ้าเป็นหลัง เขาสนใจตั้งแต่พวกวงฮาร์ดร็อคที่มีชื่อเสียงในตอนนั้น เช่น KISS , QUEEN เรท เซตเปริน จนถึงวง
พั้งค์ เช่น JAPAN,SEX PISTOL,CLASH ที่เป็รรูปแบบที่เค้าสนใจมาก เค้าสนใจดนตรีอย่างกว้างขวางโดยไม่เลือกรูปแบบ
เค้าถือไม้เทนนิสแทนกีตาร์ แล้วก็โพสต์ทำท่าหน้ากระจก จนเค้าได้ของจริงตอนอยู่ม.3 และกีตาร์ที่มีคนซื้อให้เค้านั้นเป็นรุ่น เรสโปล ของกิ๊ปสัน ซึ่งเป็นกีตาร์ที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดากีตาร์ด้วยกัน ในตอนนั้นไม่มีเด็กผู้ชายชั้น ม.ต้นที่มีกีตาร์กิ๊ปสันอยู่เลยนอกจากเค้า ดังนั้นคำล่ำลือที่ว่า เค้ามีกีตาร์กิ๊ปสันนั้น มันลือกันไปถึงเมืองข้างๆ และเพื่อนๆก็ตั้งฉายาให้ว่า 'กิ๊ปสัน'
ฮิเดะรอคอยอย่างสนุกสนานกับการตั้งวงดนตรีตอนขึ้นม.ปลายแล้ว แต่โรงเรียนที่เค้าเรียนต่อนั้น นอกจากจะเป็นชายล้วนแล้ว ยังเป็นโรงเรียนที่มีกฎข้อห้ามว่าห้ามเล่นกีตาร์ไฟฟ้า บันทึกอยู่ในสมุดบันทึกนักเรียนด้วย เค้าเข้าเรียนม.ปลายโดยตั้งใจแต่จะตั้งวงดนตรีอย่างเดียว ดังนั้นเค้าจึงช๊อคมาก
เค้าซึ่งผิดหวังกับการตั้งวงที่โรงเรียน ก็เริ่มเข้าๆออกๆ ไลฟ์เฮาส์แถวๆบ้านเค้า และตั้งวงร่วมกับเพื่อนๆ ที่เจอกันที่นั่น แรกๆ เค้าดีใจมากกับการได้ตั้งวงดนตรี และเล่นดนตรีตามงานประจำปีของโรงเรียน แต่ต่อมา ฮิเดะก็เริ่มอยากตั้งวงดนตรีจริงๆจังๆกว่านั้นมากขึ้น และวงดนตรีที่เค้าก่อตั้งด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า 'เราจะต้องทำให้ยิ่งใหญ่' นั่นก็คือวง SAVER TIGER ซึ่งอยู่นานถึง 6 ปี เค้าเป็นหัวหน้าวงที่ว่านี้ และเนื่องจากเค้าต้องการดนตรีตามอุดมคติที่แท้จริง ดังนั้
จึงมีการเปลี่ยนสมาชิกในวงเป็นว่าเล่น เค้าเรียกการเปลี่ยนสมาชิกในวงอย่างคลื่นโหมกระหน่ำในตอนนั้นว่า 'กลวิธีตัดคออันน่ากลัว'
วง SAVER TIGER ซึ่งมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆนั้น ก็สามารถไปเล่นประจำที่ไลฟ์เฮาส์ในโตเกียว และมั่นคงอยู่ในตำแหน่งวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่และเท่ห์ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่วง X ก็เริ่มค่อยๆแสดงฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆพอดี พอนึกถึงการเปลี่ยนสมาชิกในวงเป็นว่าเล่นที่ทำให้ Yoshiki ซึ่งเป็นหัวหน้าวงกลุ้มใจ ในฐานะหัวหน้าวงนั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก สมาชิก เซ็ทสุดท้ายของ SAVER TIGER นั้น นอกจากฮิเดะแล้ว ก็มีนักร้องนำ คือ D'ERLANGER-
DIE IN CRIES ซึ่งปัจจุบันคือ KYO เป็นศิลปินเดี่ยว มือกลองคือ D'ERIANGER~ZI:KILL ซึ่งปัจจุบันคือ TETSU แห่งวง CRAZE ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหัวกะทิของวงการร็อคทั้งนั้น
ฮิเดะได้ตัดสินใจตอนได้สมาชิกรุ่นสุดท้ายนี้ว่า 'ถ้าสมาชิกคนใดคนหนึ่งเลิกไป จะยุบวง SAVER TIGER ซะ' เค้ามีความรู้สึกอันหนักแน่นว่า 'ถ้าเป็นสมาชิกเซ็ทนี้คงจะไปได้ด้วยดี'แต่ในอีกด้านหนึ่ง คือ ตัวเค้าเองรู้สึกเหนื่อยล้ากับการเปลี่ยนสมาชิกวงหลายสิบครั้ง แต่ในที่สุด TEISU ก็ขอออกจากวงไป ฮิเดะก็เลยยุบวง SAVER TIGER และตัดสินใจว่าจะเป็นช่างเสริมสวย (ช่างตัดผม) ถึงแม้เพื่อนนักดนตรีจะห้ามเค้าอย่างไร เค้าก็ไม่เปลี่ยนใจในคืนวันหนึ่ง ซึ่งวันรุ่งขึ้นเค้าตั้งใจจะไปตัดผม จู่ๆ โยชิกิก็โทรมาหาฮิเดะ เค้าบอกว่า 'พรุ่งนี้จะไปตัดผมนะ' แต่โยชิกิพูดเพียงคำเดียวว่า 'มาเล่นดนตรีกับฉันอีกครั้งเถอะนะ' ในช่วงเวลานั้น ฮิเดะก็เลยเผลอตอบไปว่า 'ได้ซิ' กลับไป คนรอบข้างห้ามเค้ายังไงเค้าก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ แต่ทำไมเค้าถึงรับคำของโยชิกิอย่างง่ายดายขนาดนี้
แล้วฮิเดะก็เข้าร่วมวง X ด้วยประการฉะนี้
ฮิเดะเริ่มงานในฐานะศิลปินเดี่ยวในปี 93 ด้วยซิงเกิ้ล Eye Love you และ 50% & 50% ที่ออกจำหน่ายในวันเดียวกันตามมาด้วย ซิงเกิ้ล DIVE และอัลบั้มแรก HIDE YOUR FACE ในเวลาต่อมา(1994) หลังจากนั้นก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ TELL ME MISERY,BEAUTY & STUPID, HIHO-GOODBYE , PSYENCE.จนกระทั่งเมื่อต้นปี ฮิเดะก็ออกซิงเกิ้ลล่าสุด ROCKET DIVE ในนามของ HIDE.With Spread Beaver และมีแผนที่จะออกซิงเกิ้ลในวันที่ 13 พค.ศกนี้(1998) เค้าเพิ่งบินกลับมาจาก L.A. เมื่อปลายเดือนเมษายน และเพิ่งไปอัดรายการ ROCKET PUNC ร่วมกับสมาชิก Spread Beaver เมื่อคืนวันที่ 1 พค.98 แล้วเค้าก็ไปกินดื่มกับทางวงและสต๊าฟต่อ จนถึงเวลา 6.00 น.ของวันที่ 2 พค.98 จนกระทั่งน้องชายของเค้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเค้าด้วยพาเค้ามาส่ง
บ้านในเวลา 6.30น.เวลา 7.40น. เพื่อนผู้หญิงที่อยู่ในแมนชั่นเดียวกัน สังเกตถึงสิ่งผิดปกติ จึงเข้าไปดูในห้อง แล้วก็พบฮิเดะนอนหมดสติอยู่ที่พื้นห้อง ใช้ผ้าเช็ดตัวผูกคอตัวเองกับประตูห้องนอน เธอจึงรีบพาเค้าส่งโรงพยาบาล คณะแพทย์ได้พยายามแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตของเค้าไว้ได้ เค้าเสียชีวิตตอนเวลา 8.52น. ของวันที่ 2 พฤษภาคม 1998 รวมอายุทั้งสิ้น 33 ปี 4 เดือน 18 วัน
วันที่ 7 พฤษภาคม 2541
ที่วัด Chikuji Hongan มีการจัดพิธีให้ Hide อย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ โดยมี Yoshiki เป็นหัวแรงใหญ่ ในงาน มีแฟนเพลงหลั่งไหลกันมาร่วมงาน ต่างก็ร้องไห้ เศร้าเสียใจ ถึงกับเป็นลมไปในงานก็มี พวกเขามาก็เพื่อหวังว่าจะได้เห็น Hide เป็นครั้งสุดท้าย วันนั้นอดีตสมาชิกทุกคนของ X-Japan มากันพร้อมหน้า โดย Toshi ได้ร้องเพลง Forever Love เพื่อไว้อาลัยให้แก่ Hide โดยมี Yoshiki เล่นเปียโน คลอไป ด้วย นอกจากนี้ สมาชิกวง Luna Sea , Glay และ Shazna ก็ได้มาร่วมในงานนี้ด้วย เนื่องจากมีความนับถือในตัวของ Hide และแสดง ความขอบคุณที่เคยแต่งเพลงให้กับพวกเขา บรรยากาศในงานก็เศร้าสลด Hide เป็นนักดนตรีที่มีฝีมือมากดูจากภายนอกเหมือน เขาจะรุนแรง แต่เปล่าเลย เขายังได้ทำกิจกรรมที่เป็นการกุศลหลายๆอย่าง อ่านได้จากประวัติX
ทั้งยังช่วยตามหาความฝันของใครต่อใครหลายคนให้ฮึดสู้กับชีวิต ตอนนี้เขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว หากแต่ชื่อของเขาจะยัง ประดับอยู่ในวงการเพลงต่อไปตราบนานเท่านาน
"หลังจากที่ X สลายวง เค้าคงเครียด เวลาดื่มเหล้ากันเค้าเคยพูดว่า 'ผมทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว' หรือ 'Ranking ของดนตรีไม่ถูกต้องเลย วงการเพลงญี่ปุ่นมีแต่ความสกปรก' " (จากคำบอกเล่าของผู้เกี่ยวข้องทางดนตรี)
ตามคำบอกเล่าของนักจิตวิทยาผู้หนึ่งกล่าวว่า การฆ่าตัวตายของฮิเดะนั้น อาจเกิดจากโรค 'นอนละเมอ'และโรคนี้อาจเป็นผลจากการมีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดสูงทำให้มึนเมาจนขาดสติยั้งคิด และทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อดื่มเหล้าเข้าไปมากๆ จะมีอาการเหมือนคนนอนละเมอทั้งๆที่ยังลืมตาอยู่ เมื่อปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงหรือสร่างเมาก็จะตื่นขึ้น เหมือนคนตื่นจากการนอนหลับและจะจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่นี่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานข้อหนึ่งเท่านั้น
- คำอาลัยของYoshiki ในงาน -
"ผมช็อคมากที่ทราบข่าวการตายของเค้า ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันได้เกิดขึ้น ตอนนี้ เค้ากำลังหลับไหลด้วยใบหน้า ที่สวยงาม ผมพยายามจะปลุกเค้าให้ตื่นขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่เค้าก็ยังคงหลับนิ่งอยู่เหมือนเดิม ในบรรดาพวกเรา 5 คน Hide เป็นคนที่มีสติ และมักจะครุ่นคิดไปซะทุกสิ่ง ถึงแม้ว่าผมจะเป็นหัวหน้าวงก็ตาม แต่เค้าก็เป็นผู้ที่ใจเย็นที่สุด ซึ่งให้คำแนะนำดีๆกับ ผมในเวลาที่ผมโมโห หรือสะเทือนใจ แต่ด้วยความกดดันนั้น มันทำให้เค้าสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง แต่ในช่วงเวลาเลวร้ายนั้น เค้าก็จะโทรมาหาผมอยู่เสมอ คุยกันเกี่ยวกับเพลงของ X , เพื่อนๆ , ชีวิต , แฟนๆ คุยกันในทุกๆเรื่อง บางครั้งเค้าก็จะทำตัวเหมือนรุ่นพี่ และบางครั้งก็เป็นเหมือนน้องชาย พวกเราดื่มเหล้ากันและบางครั้งก็ทะเลาะกัน แต่วันต่อมาเค้าก็มาพูดกับผมว่า ' Yoshiki เมื่อคืน เราทำอะไรไปหรือเปล่า ขอโทษที จำอะไรไม่ได้เลยล่ะ ' แต่คราวนี้..เค้าไม่ได้มาพูดอะไรกับผมอีกแล้ว ยังคงหลับอยู่ ถึงแฟนๆและ เพื่อนๆทุกคน ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังสับสน ผมไม่สามารถที่จะบรรยายความเศร้านี้ออกมาเป็นคำพูดได้เลย แต่พวกเราจำต้องเข้าใจ ว่ามันเป็นความจริง ขอให้ทุกๆ คนส่งใจให้เขาหลับอย่างสงบอย่างนี้ตลอดไป.... (Yoshiki พูดไปพร้อมทั้งเช็ดน้ำตาของเขาด้วยผ้าเช็ด หน้าสีขาว มือที่ถือโพยอยู่ก็สั่น เค้าคงพูดออกมาด้วยความเศร้าจากใจจริงเลย)
สาวน้อย -Mayuko- รีบรุดมาจาก Wakayama ด้วยใบหน้านองน้ำตา
เมื่อ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา(1996) ฮิเดะ ได้พบกับ มายูโกะ (อายุ 17 ปี) ซึ่งป่วยด้วยโรคที่ยังไม่มีการรักษา ณ จังหวัด Wakayama หลังจากนั้นเค้าจึงคอยเป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้กับโรคร้ายตลอดมา โรคนี้มีชื่อเรียกว่า 'GM 1 Ganglious Dose Type 3' อาการของโรค คือ เส้นประสาทล่วงล้ำไปยังส่วนอื่นของร่างกาย มีผลให้หล้ามเนื้อเสื่อมสภาพลง ทั่วโลกมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้เพียง 23 รายเท่านั้น
มายูโกะ เป็นแฟนเพลงที่ติตามผลงานของฮิเดะ มาตั้งแต่ปี 1995 เธอเคยเข้าชมคอนเสริ์ตวันปีใหม่ที่ Tokyo Dome ของ X-Japan ด้วย ซึ่งที่นี่เอง หลังคอนเสริ์ตจบลง เธอได้พบกับฮิเดะเป็นครั้งแรก และติดต่อกันเรื่อยมาทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ จนกระทั่ง มีนาคม 1996 อาการของมายูโกะทรุดหนัก จนต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่หลังจากนั้นอาการของเธอก็ยังไม่ดีขึ้นมากนัก
ฮิเดะ ซึ่งรีบตามไปที่โรงพยาบาลได้ตะโกนบอกผ่านกระจกห้องปลอดเชื้อของมายูโกะ ว่า "อัลบั้มต่อไปจะใส่ชื่อ Mayuko ลงไปด้วย เธอต้องคอยติดตามให้ได้นะ" เขาพูดเช่นนี้อยู่ตรงนั้นราว 2 ชั่วโมง กระทั่งในฤดูร้อนของปีนั้น มายูโกะ จึงได้ออกจากโรงพยาบาล และ Album ' PSYENCE' ของฮิเดะ ได้ใส่ชื่อ Mayuko ไว้เป็น Special Credit ในเวลาต่อมา
มายูโกะ ได้ทราบข่าวการตายของฮิเดะในคืนวันที่ 3 พฤษภาคม เธอจึงมาวัด CHIKUCHIHONGANDERA ที่ตั้งศพของฮิเดะ พร้อมกับคุณแม่ เธอนั่งกุมมือ
ฮิเดะไว้แล้วร้องไห้โดยไม่พูดอะไรเลย
------------------------------------------------------------ ?
เพื่อนคนหนึ่งที่ดื่มเหล้ากับฮิเดะบ่อยๆ กล่าวว่า "อย่างไรก็ตาม เค้าเป็นสุดยอดแล้วครับ เค้าไขว่คว้าหาสุดยอดแห่งดนตรี ไม่ยอมทำเพื่อการค้า ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกจากวง X มาเป็น X-Japan และเกิดการแยกวง ทำให้เค้าเกิดความเปลี่ยนในจิตใจ มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ฮิเดะดื่มเหล้า เค้ามักจะพูดว่า 'ถ้าเป็นอย่างนี้ตลอดไปก็ดี' ฮิเดะอาจจะมีสิ่งที่ทำให้เค้าหลงทาง ซึ่งพวกเราไม่รู้ก็เป็นได้ "
-------------------------------------------------------------
ไม่มีไรจะพูดมากหรอก วันนี้อ่ะ พูดไรไม่ออก
แค่พิมยังยากเลย
เส้าหว่ะ ไม่มีไรมากไปกว่า...
รักฮิเดโตะ มัตสึโมโตะ ที่สุดในโลกกก
ไม่ว่าคุณจะ ยุ่ที่ไหน จะทำอะไร จะเป็นยังไง
ในตอนนี้ และต่อๆไป
ยังไงนู๋ก้จะรักคุณ และ คิดถึงคุณรตลอดไป









อันนี้เป็นกีตาร์ที่ฮิเดะออกแบบเอง



รูปนี้คงเหนกันบ่อยๆน้ะ รูปตอนก่อนเข้าวงการ






ร้านหนังสือแถวๆบ้านฮิเดะ


งานศพ
รูปกีตาร์ที่ฮิเดะวาด
ลายมือของฮิเดะ

-ต่อไปเป็นกีตาร์-










เสื้อผ้าที่เคยใช้ขึ้นคอนเสิร์ต
รูปนี้ไปเล่นที่อเมกา(น่าจะ น้ะ)ไม่แน่ใจที่ไนท์คลับแห่งหนึ่ง


ฮิเดะกับเคียว นักร้องนำวง Saver Tiger



รถจากัวส์ที่ฮิเดะใช้
สนามเด็กเล่นสมัยเด็ก
ปิคกีตาร์
คลับเฮ้าท์
ร้านเทป

ชอบรูปนี้มาก อลังสุดๆ
รร.ประถมของฮิเดะ
ถนนที่ฮิเดะไปซื้อเสื้อผ้า
ทางเดินที่เดินประจำ 
เทปที่ฮิเดะสะสม
ในลาสไลฟ์ช่วงที่โยชิกิออกไปพูด

ขอบคุน คนที่อ่านและดูมาถึงตอนนี้
ลาก่อน ฮิเดะซัง
9ปีแห่งการรอคอยของใครหลายๆคน
9ปี ที่คุณหลับใหลไม่ได้สติ และอยู่ในห้วงแห่งฝัน
และมันคงต้องมีปีต่อๆไปอีก ไม่มีวันสิ้นสุด...
'เทพบุตรแห่งกีตาร์ลีด'
God of Guitar lead













































ความทรงจำดีๆอย่างหนึ่งในวันฝนตกอย่างเช้าวันนี้
เราจำได้ว่าวันที่เด๊ะจังเสียวันนั้นเป็นยังไง ในตอนนั้นก่อนหน้าไม่กี่วันเราไปอิชิมารุได้หนังสือภาพของพวกเค้า เราดีใจเราค่อยๆเปิดอ่านทีละหน้าอย่างมีความสุข เพราะงั้นข่าวในวันนี้เมื่อ9ปีก่อนเลยเหมือนกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจเราเลย ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าร้องไห้ไปเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่า2ปีติดกันรึเปล่าทุกๆวันเลยก็ว่าได้
แต่9ปีที่ผ่านมา วันเวลาพาสิ่งต่างๆพัดผ่านไปเหลือแต่ความทรงจำดีๆเท่านั้น
เด๊ะจังคือคนที่จะไม่มีวันลืมเลย
X ที่ไม่มี hide ก็เหมือนไม่ใช่ในตอนที่รับรู้ว่าวง X ไม่มีอีกต่อไป ตอนที่ไม่มีโทชิ หรือตอนอื่นๆ
X สำหรับเราคือการที่ทุกคนอยู่ครบพร้อมหน้า
12ปีที่ผ่านไป.........เราไม่ลืมความรักของเราตลอดไป
#1 By kisara on 2007-05-02 07:08